2 เดือนJTEPAแห่ใช้สิทธิ2.6หมื่นล. + กุ้ง ทูน่า สิ่งทอนำทีมใช้มากสุด/สินค้าเสี่ยงยันยังไม่กระทบ
ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2285 06 ม.ค. - 09 ม.ค. 2551
2 เดือน JTEPA มีผลบังคับใช้ เอกชนคึก แห่ใช้สิทธิส่งออกแล้ว 2.6 หมื่นล้านบาท กุ้ง ทูน่า สิ่งทอขอใช้สิทธิมากสุด กล้วย หมูแปรรูปเฮโลขอใช้โควตา ไก่ อัญมณี จ๋อยเจอบาทแข็ง เศรษฐกิจญี่ปุ่นชะลอตัวดันยอดไม่ขึ้น ด้านรถยนต์ ชิ้นส่วน เหล็กประสานเสียงยังไม่ได้รับผลกระทบสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น
จากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น หรือ JTEPA ที่มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 เป็นต้นมา มีผลให้สินค้าไทยและญี่ปุ่นสัดส่วนกว่า 90% ของรายการสินค้าทั้งหมดที่นำมาลดภาษีระหว่างกัน เริ่มลด/ยกเลิกภาษี หรือกำหนดโควตาพิเศษให้แก่กัน ซึ่งล่าสุดจากการตรวจสอบถึงการมาขอใช้สิทธิลดภาษีภายใต้ JTEPA เป็นไปอย่างคึกคัก
แหล่งข่าวจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ในช่วง 2 เดือน(พ.ย.-ธ.ค.2550)ที่ JTEPA มีผลบังคับใช้ กรมได้ออกหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าแก่ภาคเอกชนเพื่อนำไปใช้สิทธิลดภาษีแล้วกว่า 18,600 ฉบับ คิดเป็นมูลค่ารวม 790 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 26,070 ล้านบาท (คำนวณที่ 33 บาท/ดอลลาร์) โดยสินค้าที่มาขอใช้สิทธิค่อนข้างมากได้แก่ กุ้งแปรรูป ทูน่ากระป๋อง และสิ่งทอ เป็นต้น
สำหรับสินค้าที่ญี่ปุ่นให้โควตาส่งออกแก่ไทย โดยเก็บภาษีในอัตรา 0% ได้แก่ กล้วยโควตา ปีแรก (พ.ย.50-มี.ค.51) จำนวน1,667 ตัน เนื้อหมูแปรรูป 500 ตัน(จากภาษี 20% ลดเหลือ 16%) และสับปะรดสดโควตา 42 ตัน ในส่วนของกล้วย และเนื้อหมูแปรรูปได้ออกหนังสือรับรองโควตาภาษีไปแล้วทั้งสิ้น 382.7 และ 29 ตันตามลำดับ ส่วนสับปะรดยังไม่มีผู้มาขอใช้โควตา
ส่วนสินค้าเหล็ก 3 กลุ่มที่ไทยให้โควตานำเข้าเป็นการเฉพาะแก่ญี่ปุ่นคือ เหล็กรีดร้อน(Q9) เหล็กรีดร้อนสำหรับรีดเย็น (Q10) และเหล็กรีดร้อนสำหรับรีดเย็นเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์(Q11)นั้น กรมได้ออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิยกเว้นภาษีศุลกากร สำหรับสินค้าเหล็กแผ่นทั้ง 3 กลุ่มแล้วปริมาณรวม 20,169, 8,235 และ 25,047 ตันตามลำดับ จากโควตาที่ได้จัดสรรแก่ผู้นำเข้าแล้วปริมาณ 74,000, 40,000, และ 47,000 ตันตามลำดับ
อย่างไรก็ดีจากสัมภาษณ์ผู้ส่งออกในหลายสินค้าต่อ JTEPA ที่มีผลบังคับใช้มาแล้วสองเดือนพบว่า หลายกลุ่มมีแนวโน้มการส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น บางกลุ่มยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากโดยนายเจน วงศ์บุญสิน นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย กล่าวว่า สินค้าแป้งมันสำปะหลังเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งญี่ปุ่นให้โควตาปลอดภาษี 200,000 ตันต่อปี น่าจะเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด ซึ่งขณะนี้ผู้ส่งออกมีความตื่นตัวในการใช้สิทธิค่อนข้างมาก โดยในปี 2549 ญี่ปุ่นมีการนำเข้าแป้งมันจากไทย 350,000 ตัน ช่วง 10 เดือนแรกของปี 2550 นำเข้าแล้ว 297,000 ตัน คาดปริมาณและมูลค่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้ส่งออกเนื้อหมูแปรรูปมีความตื่นตัวในการใช้สิทธิกันมาก ปัจจุบันมีโรงงานแปรรูปเนื้อหมูของไทยที่ผ่านมาตรฐาน และสามารถส่งไปจำหน่ายในญี่ปุ่นได้ รวมทั้งสิ้น 24 โรง ผู้ส่งออกรายใหญ่ อาทิ เครือเบทาโกร และเครือซี.พี. เป็นต้น โดยแต่ละปีไทยส่งออกไปญี่ปุ่นประมาณ 8,000-9,000 ตัน ซึ่งอยากให้รัฐบาลเจรจาของโควตาภาษีเพิ่มเติม
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า การส่งออกสินค้ากุ้งไปญี่ปุ่นมีโอกาสที่ดีมาก เพราะภาษีได้ลดเป็น 0% แล้วทำให้ได้เปรียบคู่แข่งขัน แต่เวลานี้ติดปัญหาค่าเงินบาทแข็ง และเงินเยนอ่อน ทำให้สินค้าไทยมีราคาแพง ญี่ปุ่นได้หันไปนำเข้าจากเวียดนามซึ่งค่าเงินอ่อนต่างจากไทยกว่า 25% เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับนางสาวพรศรี เหล่ารุจิสวัสดิ์ ผู้จัดการสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย ที่กล่าวว่า การลดภาษีนำเข้าสินค้าไก่แปรรูปลงเหลือ 0% ถือเป็นโอกาสในการส่งออกไปญี่ปุ่นได้เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกไก่แปรรูปของไทยสัดส่วนกว่า 50% ของการส่งออกในภาพรวม แต่เวลานี้ยังติดปัญหาเงินบาทแข็งค่าสวนทางกับเงินเยนของญี่ปุ่นที่อ่อนค่าลงทำให้คนญี่ปุ่นมีความรู้สึกสินค้าไทยราคาสูงขึ้น หากรัฐบาลใหม่สามารถดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ การส่งออกไก่ไปญี่ปุ่นจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
นายเดช พัฒนเศรษฐพงษ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า การลดภาษีสินค้าสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มลงเป็น 0% ช่วง 2 เดือนแรก มีผลให้ผู้นำเข้าญี่ปุ่นได้เข้ามาติดต่อสั่งซื้อและร่วมพัฒนาสินค้ากับผู้ประกอบไทยมากขึ้น โดยในปีนี้คาดการส่งออกเครื่องนุ่งห่มของไทยไปญี่ปุ่นจะขยายอย่างน้อย 30% ส่วนนายวิชัย อัศรัสกร นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ กล่าวว่า สินค้าอัญมณีฯไม่ได้รับประโยชน์มากนักจาก JTEPA แม้ญี่ปุ่นจะลดภาษีลงเป็น 0% แล้วก็ตาม เนื่องจากเวลานี้เศรษฐกิจญี่ปุ่นไม่ค่อยดีส่งผลกระทบต่อการบริโภคอัญมณีและเครื่องประดับของชาวญี่ปุ่น
ด้านกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการลดภาษีให้ญี่ปุ่นได้แก่ กลุ่มสินค้ายานยนต์ และชิ้นส่วน และสินค้าเหล็ก นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สินค้ายานยนต์ยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด แม้ไทยได้ลดภาษีนำเข้ายานยนต์ขนาดเกิน 3000 ซีซีจาก 80 เป็น 75 % ในปีแรก แต่ยานยนต์ขนาดเกิน 3000 ซีซีในไทยขายได้น้อยมาก เฉลี่ยรถที่ขายในตลาด 100 คัน รถขนาดเกิน 3000 ซีซีจะขายได้ไม่ถึงหนึ่งคัน หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.7% เท่านั้น ขณะที่นายถาวร ชลัษเฐียร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ และนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก ส.อ.ท. ระบุยังไม่ได้รับผลกระทบด้านลบ แต่ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ภาพคงชัดเจนขึ้น
|