การแก้ปัญหาโลกร้อนผ่านการเรียนการสอนของโรงเรียน

คอลัมน์ ระดมสมอง
โดย ไสว บุญมา sboonma@msn.com

ประชาชาติธุรกิจ  วันที่ 04 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

การแก้ปัญหาโลกร้อนไม่ต่างกับการแก้ปัญหาอื่น ซึ่งถ้าจะให้ได้ผลจะต้องใช้หลักสากลที่วางอยู่บนฐานทางวิทยาศาสตร์ ปราชญ์เห็นพ้องต้องกันว่าหลักสากลที่ใช้ได้ผลมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล ได้แก่ "อริยสัจ 4" อันมีทุกข์ สมุทัย นิโรธและมรรค เป็นองค์ประกอบ

ทุกข์ - องค์ประกอบนี้มีคำอธิบายอยู่ในตัว เพราะชาวโลกเห็นพ้องต้องกันว่าภาวะโลกร้อนสร้างปัญหาหนักหนาสาหัส ไม่ว่าจะเป็นการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกที่ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจนกลืนผืนดินตามชายฝั่งไปจำนวนมาก ภาวะฝนแล้งจัดจนสัตว์และพืชล้มตาย หรือลมพายุร้ายแรงที่ทำให้บ้านเมืองพังทลายปีละหลายต่อหลายครั้งทั่วทั้งโลก

สมุทัย - องค์ประกอบนี้มุ่งไปที่การมองหาต้นเหตุของปัญหา เรามักได้ยินกันว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน ได้แก่ การเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนของก๊าซเรือนกระจกโดยเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์และมีเทน อย่างไรก็ตามนั่นไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐานของปัญหา ปัจจัยพื้นฐานมีอยู่ด้วยกัน 3 อย่าง คือ จำนวนคน การบริโภคของแต่ละคน และวิธีสร้างผลิตผลเพื่อสนองการบริโภคนั้น

ในด้านจำนวนคน เราทราบแล้วว่าในขณะนี้โลกมีประชากรราว 6.4 ล้านคน และยังเพิ่มขึ้นทุกวัน ทุกคนมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการใช้ทรัพยากรโลกเพื่อการบริโภค ซึ่งในที่นี้ไม่จำกัดอยู่แค่สิ่งของที่เราใส่เข้าไปในปากและกลืนลงไปในท้องเท่านั้น หากครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่างที่เราใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา ปราชญ์ที่ศึกษาปัญหาของโลกปัจจุบันพากันสรุปว่า โลกไม่มีทรัพยากรเพียงพอที่จะเอื้อให้คนกว่า 6 พันล้านคนอยู่ได้โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมแล้ว หนังสือเล่มล่าสุดที่ชี้ให้เห็นประเด็นนี้อย่างดีเยี่ยม คือ One with Nineveh ของ Paul และ Anne Ehrlich ซึ่งประชาชาติธุรกิจนำบทคัดย่อมาพิมพ์เมื่อ 2 ปี และในขณะนี้รวมอยู่ในหนังสือชื่อ ธาตุ 4 พิโรธ (สำนักพิมพ์มติชนจัดพิมพ์เป็นครั้งที่ 2 เมื่อเดือนกันยายน 2551)

ในด้านการบริโภคของแต่ละคน พวกเราส่วนใหญ่ไม่เคยคิดจะจำกัดการใช้ทรัพยากร เพราะเมื่อมีโอกาสและรายได้เพิ่มขึ้นเมื่อไรก็จะบริโภคเพิ่มขึ้นตามไป ไม่ว่าการบริโภคนั้นจะมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างแท้จริงหรือไม่และจะทำลายทรัพยากรมากน้อยเพียงไร อาหารก็พยายามเสาะแสวงหาให้ได้มาซึ่งสิ่งแปลกใหม่ไม่ว่าจะเป็นหูฉลาม รังนกนางแอ่น ตีนหมี เป๋าฮื้อ หรือไข่ปลาคาเวียร์ ที่อยู่อาศัยก็สร้างกันใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ และมากกว่า 1 แห่ง เสื้อผ้าและเครื่องประดับประดาก็ต่างหามาสะสมกัน ยิ่งกว่านั้นยังแข่งขันกันใช้ทรัพยากรเพื่อการบันเทิงต่าง ๆ แบบไม่ยั้งคิด ความพยายามพัฒนาเศรษฐกิจกันชนิดเอาเป็นเอาตายก็เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ไม่มีความจำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตจริง ๆ

การสร้างผลิตผลแต่ละอย่างเพื่อสนองการบริโภคมักทำได้หลากหลายวิธีซึ่งล้วนมีผลพวงต่างกัน ในปัจจุบันการใช้พลังงานจากน้ำมันปิโตรเลียมเป็นประเด็นที่เด่นชัดที่สุดเนื่องจากการเผาผลาญน้ำมันก่อให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมาก อย่างไรก็ตามพลังงานจำนวนเดียวกันอาจหาได้จากแหล่งอื่น เช่น กระแสลม กระแสน้ำ แสงแดดและพืช การผลิตพลังงานจากสิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลพวงต่างกันทั้งสิ้น ในด้านการห่อของการใช้ใบตองมีผลต่างกับการใช้พลาสติกและกระดาษ การไปทำงานอาจทำได้หลายทางจากการเดินด้วยเท้า การขี่จักรยาน การขี่รถเครื่อง การขับรถยนต์ ไปจนถึงการใช้บริการขนส่งสาธารณะ การกินอาหารเพื่อสนองความต้องการเบื้องต้นของร่างกายก็สามารถทำได้หลายวิธี เช่น อาหารจำพวกแป้งอาจได้จากข้าว ข้าวโพด เผือก มันสำปะหลัง มันฝรั่ง มันเทศและกล้วย แต่ละอย่างสร้างผลกระทบต่างกัน

นิโรธ - เมื่อค้นหาต้นตอของปัญหาพบแล้ว องค์ประกอบนี้เป็นการค้นหาตัวชี้บ่งว่าควรจะแก้ปัญหาอย่างไร เช่น การมีประชากรมากเกินไปก็ต้องแก้ไขด้วยการลดจำนวนคน การลดอาจทำได้หลายวิธีซึ่งล้วนมีผลต่างกันทั้งในด้านประสิทธิภาพและในด้านความเหมาะสมแก่สภาพสังคมของแต่ละประเทศ เช่น การคุมกำเนิดอาจทำด้วยความเต็มใจโดยใช้หลายวิธี จีนพยายามชักจูงแกมบังคับให้แต่ละครอบครัวมีลูกเพียง 1 คน ส่วนอินเดียเคยบังคับให้ประชาชนทำหมัน

ในด้านการบริโภคของแต่ละคน เราจะไม่พิจารณาการบริโภคจำพวกสนองความจำเป็นเบื้องต้น ซึ่งทุกคนจะต้องทำตามที่ร่างกายต้องการ อันได้แก่ ปัจจัยสี่ นอกจากนั้นยังมีความจำเป็นอย่างอื่นที่ใช้ในการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิตประจำวันอีกด้วย เช่น การติดต่อสื่อสารและการเดิน สิ่งที่จะต้องพิจารณาเพื่อจำกัดอย่างจริงจัง ได้แก่ การบริโภคที่เกินความจำเป็นซึ่งครอบคลุมจากสินค้าและบริการง่าย ๆ เช่น น้ำอัดลมผสมน้ำตาล ไปจนถึงสิ่งที่ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก เช่น เรือสำราญและแหล่งการพนันจำพวกกาสิโน การจำกัดอาจทำโดยความสมัครใจ หรืออาจใช้นโยบายของรัฐ เช่น ระบบภาษี

ในด้านการสร้างผลิตผลเพื่อให้ทุกคนบริโภค ตอนนี้การวิจัยและพัฒนาได้พิสูจน์แล้วว่าเรามีทางสร้างได้หลากหลายวิธี เมื่อเวลาผ่านไปการวิจัยและพัฒนาก็จะหาทางเลือกให้เราเพิ่มขึ้นอีก เช่น การผลิตอาหารจำพวกพืชผัก เราสามารถทำได้ทั้งผ่านการใช้สารเคมีและการไม่ใช้สารเคมี ฉะนั้นเราต้องเลือกผักที่ปลูกด้วยวิธีไม่ใช้สารเคมีถ้าเราหวังจะให้การบริโภคพืชผักของเรามีผลกระทบในทางลบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย หรือในกรณีที่เราต้องการกินอาหารจำพวกแป้ง ถ้าเราต้องเลือกระหว่างข้าวกล้องกับก๋วยเตี๋ยว เราต้องเลือกข้าวกล้องเพราะมันใช้พลังงานในการผลิตน้อยกว่า หรือถ้าเราต้องเลือกระหว่างข้าวกับมันเทศ เราต้องเลือกมันเทศเพราะใช้พลังงานและน้ำน้อยกว่า การเลือกอาหารอาจทำด้วยความสมัครใจ หรือกระตุ้นด้วยนโยบายของรัฐ

มรรค - องค์ประกอบนี้คือการนำวิธีที่นิโรธชี้บ่งไปปฏิบัติ ซึ่งอาจทำได้หลากหลายกระบวนการ ในด้านการเรียนการสอนของโรงเรียนก็อาจทำได้หลากหลายวิธี นอกจากจะเรียนจากตำราและการสอนของครูแล้ว วิธีที่สำคัญยิ่งได้แก่การทำตัวเป็นตัวอย่างของครูและการเรียนรู้โดยตรงของนักเรียนซึ่งจะได้ทั้งจากภายในและภายนอกบริเวณของโรงเรียน ในด้านการจำกัดจำนวนประชากร นักเรียนอาจเรียนรู้จากครูผู้สอนเรื่องผลพวงของการมีลูกมากและวิธีคุมกำเนิด ในขณะเดียวกันครูผู้สอนนั้นก็จะต้องไม่มีลูกจำนวนมากด้วย การบริโภคของแต่ละคนก็เช่นกัน นอกจากจะสอนในห้องเรียนถึงคุณค่าและผลกระทบของการบริโภคแต่ละอย่างแล้ว ครูมีบทบาทสำคัญในการทำตัวเป็นตัวอย่าง เช่น ครูที่ชอบดื่มน้ำอัดลมใส่น้ำตาลและสูบบุหรี่ย่อมไม่เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็ก

เรื่องกระบวนการเรียนการสอนนี้ครูบาอาจารย์และนักการศึกษาย่อมทราบดีอยู่แล้ว จึงขอพูดถึงเพียง 2 ประเด็นเท่านั้นนั่นคือ ในด้านการเรียนรู้ด้วยการดูจากต้นแบบ เด็กเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาจากสิ่งที่เกิดขึ้นรอบด้าน ฉะนั้นเด็กย่อมเรียนรู้ในสิ่งที่เหมาะสมหากสมาชิกในสังคมทำตัวอย่างให้เขาเห็น ประเด็นนี้ Hillary Rodham Clinton นำมาเน้นไว้ในหนังสือชื่อ It Takes a Village ซึ่งหมายความว่า การศึกษาไม่ใช่เรื่องของโรงเรียนเท่านั้น หากเป็นภาระของสมาชิกในหมู่บ้านซึ่งหมายถึงสังคมทั้งหมด ในยุคนี้สื่อมีความสำคัญยิ่งเพราะความสามารถในการเผยแพร่ทุกอย่างได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ข้อคิดที่ 2 กระบวนการเรียนการสอนจะเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ ฉะนั้นห้องเรียนไม่จำเป็นจะต้องเป็นในรั้วของตัวโรงเรียน มันอาจเป็นในป่า ในนา ในไร่ ในสวน ในโรงงาน หรือในบ้านของเด็ก นั่นหมายความว่า "โรงเรียน" จะมีส่วนประกอบมากมายและส่วนใหญ่อาจไม่อยู่ในอาคารเรียน

หน้า 34

 
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)