อุตฯชงนำเข้า ซากขยะ อิเล็กทรอนิกส์ รวมพลาสติกสะอาด ศุลฯอายัดขยะอุตฯ

อุตสาหกรรมฝ่าดงเอ็นจีโอเสนอนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์-พลาสติกสะอาด หวังสร้าง มูลค่าลดต้นทุนโรงงานเม็ดพลาสติก กรมศุลกากรเตรียมอายัดตู้คอนเทนเนอร์ขนขยะอุตสาหกรรม 400-500 ตู้ พร้อมผลักดันกลับออกนอกประเทศหากกรมโรงงาน อุตสาหกรรมมีข้อสรุปที่ชัดเจน รอง ผบ.ตร.บุกตรวจโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ จ.ชลบุรี พบมีใบอนุญาตถูกต้อง ดำเนินการเป็นมาตรฐาน ไม่เป็น อันตรายต่อพนักงาน

เจ้าหน้าที่เดินหน้ากวาดล้างการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ก่อมลพิษในประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ออกประกาศเรื่องการให้ชะลอการพิจารณาอนุญาตนำเศษ เศษตัด และของที่ใช้ไม่ได้เป็นพลาสติกที่ผ่านการใช้งานแล้ว ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือเศษ ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว หรือจนกว่าคณะอนุกรรมการเพื่อบูรณาการการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบ มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้จัดวางระบบติดตามเส้นทางการขนส่ง (จีพีเอส) และมาตรฐานปฏิบัติกำกับเส้นทางการขนส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ข้อมูลแบบทันทีในการกำกับ และตรวจสอบเส้นทางการขนส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงอุตสาหกรรม จัดทำรายงานความคืบหน้าเรื่องนโยบายห้ามโรงงานอุตสาหกรรม ใช้ซากอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกนำเข้ามาจากต่างประเทศมาใช้ในกระบวนการผลิตในโรงงานภายในประเทศว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอคณะอนุกรรมการเพื่อบูรณาการการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างมีระบบที่มี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พิจารณาให้อนุโลมให้โรงงานอุตสาหกรรมสามารถนำเข้าขยะ 2 ประเภท ได้ตามเดิมประกอบด้วย

1.ซากอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นชิ้น ยังไม่มีการแกะ เพราะแยกชิ้นส่วนนำเอาโลหะที่มีค่าออกมาใช้ประโยชน์ได้ มีเพียง 15 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องเผาทิ้งหรือฝังกลบ แต่ 85 เปอร์เซ็นต์ที่ได้มีความคุ้มค่า

2.เศษพลาสติกสะอาด นำเข้ามาเพื่อผลิตพลาสติกและโรงงานนำเข้ามาผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลเท่านั้น รวม 2 แสนตันต่อปี สาเหตุเพราะต้นทุนถูกกว่าเศษพลาสติกที่จัดหาได้จากประเทศไทยหรืออยู่ที่ 7-8 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับซากอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกแกะเป็นชิ้นๆกับพลาสติกสกปรกไม่ควรนำเข้า เพราะไม่คุ้มกับการจัดการและจะเป็นภาระของประเทศไทยในอนาคต

นายชัยยุทธ คำคูณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร กรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรจะอายัดตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้ในการขนส่งขยะอุตสาหกรรมมีทั้งเศษพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ประมาณ 400-500 ตู้ ที่เข้ามาที่ด่านท่าเรือกรุงเทพฯและด่านท่าเรือแหลมฉบัง หลังจากวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา กรมศุลกากรประกาศว่าจะตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ด้วยการเอกซเรย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ผู้นำเข้าไม่กล้าขนตู้คอนเทนเนอร์ออกจากท่าเรือและที่สำคัญกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ออกประกาศ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา สั่งให้ชะลอออกใบอนุญาตนำเข้าขยะอุตสาหกรรม ขณะนี้มีตู้คอนเทนเนอร์ขนขยะตกค้าง 1,500 ตู้ เพื่อรอความชัดเจนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างประกาศห้ามนำเข้าขยะอุตสาหกรรม จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกาศใช้มาตรา 32 (2) พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงงานอุตสาหกรรม ห้ามนำเข้าขยะอุตสาหกรรมมาเป็นวัตถุดิบในการผลิต หรือรีไซเคิล จะส่งผลให้ประเทศไทยไม่มีขยะอุตสาหกรรมอีกต่อไป สำหรับตู้คอนเทนเนอร์ขนขยะอุตสาหกรรม หากมีความชัดเจนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมศุลกากรพร้อมจะดำเนินการต่อไป กรณีที่มีการอนุญาตถูกต้องให้นำเข้าก็จะมีการตรวจสอบที่เข้มข้น หากไม่อนุญาตให้นำเข้าจะผลักดันบริษัทเรือ หรือผู้นำเข้าไปยังประเทศต้นทาง และหากไม่นำขยะเหล่านี้ไป กรมศุลกากรจะนำไปทำลายจะคิดค่าใช้จ่ายกับผู้ที่เกี่ยวข้องเช่นบริษัทเรือและผู้นำเข้าต่อไป

วันเดียวกัน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. นายนริศ นิรามัยวงศ์ นอภ.บางละมุง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบบริษัทฟูจิ ซีร็อคซ์ อีโค-แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เลขที่ 41/1 หมู่ 8 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นโรงงานรีไซเคิลเครื่องใช้สำนักงานและชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พล.ต.อ.วิระชัยเปิดเผยว่า บริษัทดังกล่าวมีใบอนุญาตถูกต้อง รับรีไซเคิลขยะวันละ 3 ตู้คอนเทนเนอร์ มีการทำงานอย่างเป็นระบบป้องกันเรื่องมลภาวะ รวมถึงมีความชัดเจนการคัดแยกขยะ จากการตรวจสอบโรงงานนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด 7 บริษัท มีเพียงบริษัทนี้แห่งเดียว ดำเนินการคัดแยกอย่างเป็นมาตรฐานสามารถติดตามได้และไม่เป็นอันตรายต่อพนักงาน

ต่อมา พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะตรวจสอบโกดังเก็บของเก่าชื่อ “รชานนท์ของเก่า” พื้นที่ หมู่ 3 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับการร้องเรียนมีการซุกซ่อนขยะพิษ เบื้องต้นพบขยะพิษลักษณะเป็นเศษเหล็กจากโรงงานถลุงเหล็ก บรรจุในถุงผ้าขนาดใหญ่เก็บไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ มีนางสุดาวดี เปลอะมาก รับเป็นเจ้าของโกดัง และนายสิทธิพันธ์ ศรีสมบูรณ์ รับเป็นเจ้าของสินค้า เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันครอบครองวัตถุอันตราย และเก็บวัตถุอันตรายในสถานที่ไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ ตรวจยึดรถบรรทุก 7 คัน บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 14 ตู้ ขณะจอดเตรียมส่งขยะอันตราย มีลักษณะเป็นฝุ่นผงจากการถลุงเหล็ก ริมถนนสาย 331 ต.เขาไม้แก้ว พล.ต.อ.วิระชัย เปิดเผยว่า ขอบคุณประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส ขยะเหล่านี้มีสารพิษหลายอย่างเจือปน หากเก็บไม่ถูกวิธีอาจสร้างผลเสียต่อชุมชนได้ ตำรวจจะใช้มาตรการทางกฎหมายต่อไป

by ThaiWebExpert