หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เอ็นจีโอขยับค้านถมทะเล

โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 14 กรกฎาคม 2554

เอ็นจีโอ ขยับต้านนโยบายการถมทะเล เพื่อสร้างเมืองใหม่และเอาพื้นที่ไปขายให้กับนักลงทุนต่างชาติของรัฐบาลชุดใหม่ ลั่นพร้อมยื่นฟ้องต่อศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญทันทีให้เพิกถอนทันที...

นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า กลุ่มนักอนุรักษ์และภาคประชาชนจะร่วมกันต่อต้านนโยบายการถมทะเล เพื่อสร้างเมืองใหม่และเอาพื้นที่ไปขายให้กับนักลงทุนต่างชาติ โดยพร้อมจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญทันทีให้เพิกถอนนโยบาย หากเริ่มดำเนินการ เนื่องจากกิจการดังกล่าวเป็นกิจการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ต้องผ่านการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 มีการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และสุขภาพ (เอชไอเอ) รวมทั้งต้องผ่านการทำประชาพิจารณ์ก่อน “การจะดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปี ในการปรับแก้กฎหมาย เช่น กฎหมายที่ดิน กฎหมายผังเมือง กฎหมายสิ่งแวดล้อม รวมทั้งต้องมีการสำรวจพื้นที่ด้วย ขั้นตอนเหล่านี้ต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภา และหากผ่านรัฐสภาได้ที่ดินที่เกิดจากการถมทะเลเหล่านี้ ก็ควรจะตกเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์”

นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อดีตคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ปัญหามาบตาพุด กล่าวว่า การแก้ปัญหามาบตาพุด รัฐบาลชุดเก่าวางเอาไว้ดีแล้ว ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี จึงต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาสานต่อ “ในภาพรวมของพื้นที่มาบตาพุดในขณะนี้ ในด้านการป้องกันอุบัติภัยถือว่าดีขึ้นเล็กน้อย แต่ยังมีปัญหาน่าเป็นห่วงอยู่ คือ ปัญหาเรื่องการใช้น้ำ เพราะมีจำนวนโรงงานใหม่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ในระยะยาวอาจส่งผลให้เกิดปัญหาการใช้น้ำได้ ขณะที่การจัดทำรายงานอีเอไอและเอชไอเอของโรงงานต่างๆ รัฐบาลจำเป็นต้องมาทบทวนด้วยว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมารายชื่อกิจการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม 11 กิจการ ยังมีกลุ่มชุมชนเรียกร้องให้ทบทวนอยู่ รวมทั้งการทำอีเอไอและเอชไอเอ รัฐบาลควรจัดคนกลางเข้ามาดูแลให้โรงงานดำเนินการตามแผนที่กำหนด เพื่อไม่ให้เกิดการต่อต้านจากชุมชนอีก”.

ยูเอ็นเตือนเอเชียกลางอาจเกิดศึกแย่งน้ำ

โดยไทยรัฐ วันที่ 13 กรกฏาคม 2554

 

องค์การสหประชาชาติ เตือนเอเชียกลางอาจเกิดสงครามแย่งชิงน้ำ... โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นอีพี) เผยรายงานการประเมินสภาพแวดล้อม “อามู-ดารยา” แม่น้ำสายหลักยาว 2,500 กม. ที่ไหลผ่าน 4 ประเทศในเอเชียกลาง คือ ทาจิกิสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และอัฟกานิสถาน

เมื่อ 11 ก.ค. ระบุว่าสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศในแต่ละช่วงของแม่น้ำได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากนโยบายการเกษตรของทั้ง 4 ประเทศตลอดช่วง 50 ปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักเกิดจากการใช้น้ำมหาศาลเพาะปลูกฝ้ายเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างมาก หลังยุคอดีตสหภาพโซเวียตล่มสลาย

นอกจากนี้ การใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมีเร่งผลผลิตในการปลูกฝ้ายยังทำให้เกิดการปนเปื้อนในแม่น้ำและทำลายความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ

ส่วนโครงการสร้างเขื่อนทำให้แม่น้ำเปลี่ยนทิศทางจนบางช่วงแห้งขอด ชนพื้นเมืองซึ่งเคยทำประมงน้ำจืดต้องเปลี่ยนอาชีพและวิถีชีวิต และการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรในรอบ 50 ปี จากเดิม 14 ล้านคนในปี 2503 กลายเป็น 50 ล้านคนในปี 2553 ส่งผลให้ภูมิภาคริมแม่น้ำอามู-ดารยาเสี่ยงต่อภัยแล้งอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง และอาจนำไปสู่การทำสงครามแย่งชิงน้ำในอนาคต

ยึดหลักปรัชญาพอเพียง เดินหน้าปรับโครงสร้างหนี้เกษตร

โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 23 มิถุนายน 2554

 นายสมยศ ภิราญคำ รองเลขาธิการรักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เปิดเผยว่า ตามที่ สนง.กองทุนฟื้นฟูฯ ได้เร่งปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรตามนโยบายรัฐ ด้วยการส่งเสริมปรับแนวการประกอบอาชีพควบคู่การดำเนินชีวิตใหม่ พร้อมทั้งจัดฝึกอบรมเกษตรกรผ่านศูนย์เรียนรู้และศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน กว่า 37,358 ราย ทั่วประเทศ ไปแล้วนั้น มีเกษตรกรที่ผ่านการฝึกอบรม ได้นำเสนอโครงการฯ เพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนฯ ไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนแล้วกว่า 2,000 โครงการ

“ขณะนี้ มีบุคคลบางกลุ่มฉวยโอกาสเสนอตัวเขียนแผนฯ แทนให้ พร้อมกับแอบอ้างว่าสามารถให้ทาง กฟก. เซ็นอนุมัติเงินสนับสนุนได้เร็ว โดยเกษตรกรต้องจ่ายค่าหัวคิวให้กองทุนฟื้นฟูฯ จึงขอแจ้งเตือนว่าอย่าไปหลงเชื่อ ซึ่งการพิจารณาอนุมัติต้องดำเนินตามขั้นตอนตามกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.กองทุนฟื้นฟูฯ ที่มีความโปร่งใส เป็นธรรม สามารถตรวจสอบได้”

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเกษตรกรที่จะเสนอโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเพื่อขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนฟื้นฟูฯ สมาชิกควรร่วมกันเขียนแผนโครงการด้วยตนเอง โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งแต่ละโครงการควรมีกิจกรรมที่เกื้อกูล เพื่อลดความเสี่ยงในการประกอบอาชีพ ขณะเดียวกัน ยังเป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดและขยายช่องทางการจำหน่ายซึ่งจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น นายสมยศกล่าว.

ฆ่าอูฐ 1,000,000 ตัว สังเวยมลพิษในอากาศของออสเตรเลีย

โดยหกนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 16 มิถุนายน 2554

ทางการเมืองจิงโจ้กำลังคิดจะกำจัดอูฐ เพื่อจะบรรเทาความรุนแรงของมลพิษในอากาศ เนื่องจากพวกมันแต่ละตัว ปล่อยก๊าซมีเทนปริมาณเทียบ เท่ากับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีส่วนทำให้อุณหภูมิ โลกร้อนมากถึงปีละ 1 ตัน

ในเอกสารของกระทรวงการเปลี่ยนแปลงของสภาพดินฟ้าอากาศและประสิทธิภาพพลังงาน เปิดเผยให้ทราบว่า บริษัทนอร์ธเวสต์ คาร์บอน บริษัทการค้าแห่งหนึ่ง ได้เสนอขออนุญาต กำจัดฝูงอูฐในดินแดนแถบ เอาต์แบ็กของประเทศ เพื่อลดการปล่อยก๊าซ จำนวนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านตัว บริษัทได้แจ้งว่าจะใช้เฮลิคอปเตอร์ไล่ยิง หรือไล่ต้อนจับอูฐเข้าโรงฆ่าสัตว์ ผู้อำนวยการบริษัท นายทิม มัวร์ ได้กล่าวว่า “เราเป็นนักริเริ่ม หรือ ริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ และพบวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ เรื่องนี้ จะนับเป็นตัวอย่างที่เป็นคลาสสิก”

ทางรัฐบาลออสเตรเลีย กำลังพิจารณาคำร้อง และแง่กฎหมายอยู่ ก่อนเสนอขอความเห็นชอบต่อสภาในสัปดาห์หน้า.

เอ็นจีโอแนะจีนเอาอย่างฟาร์มกุ้งไทยลดมลภาวะ

โดย ไทยรัฐ วันที่ 15 มิถุนายน 2554

ผลการศึกษาพบปลาที่บริโภคส่วนใหญ่เป็นปลาเลี้ยง ชี้ก่อให้เกิดมลภาวะบริเวณชายฝั่ง เอ็นจีโอแนะจีนชาติที่เพาะเลี้ยงมากที่สุด ให้ดูฟาร์มกุ้งของไทยเป็นตัวอย่าง เพราะใช้พลังงานน้อยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมกว่าครึ่ง...

“เดอะ เวิล์ดฟิช เซนเตอร์” องค์กรเอ็นจีโอรณรงค์ลดความหิวโหยผ่านการประมงแบบยั่งยืน และองค์กรสิ่งแวดล้อม “คอนเซอร์เวชั่น อินเตอร์แนชนัล” เผยแพร่รายงานเมื่อ 14 มิ.ย. ระบุการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ปี 2513 และกำลังแผ่ขยายสู่พื้นที่ใหม่ ๆ อย่างแอฟริกาด้วย

ทั้งนี้การศึกษาเมื่อปี 2551 พบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของปลาที่ผู้คนบริโภคทั่วโลกเป็นปลาเลี้ยงแทนที่จะเป็นปลาธรรมชาติ ประเทศเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ(aquaculture)มากสุดคือจีน ส่วนกรณีกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแสดงความวิตกว่าการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำก่อมลภาวะบริเวณชายฝั่ง ผลการศึกษาพบว่าฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการเลี้ยงปศุสัตว์อย่าง วัว และ หมู

งานวิจัยดังกล่าวซึ่งศึกผลกระทบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในด้านต่าง ๆ รวมทั้งการ ใช้พลังงาน ความเป็นกรดเป็นด่างและภาวะโลกร้อน ยังหวังด้วยว่าถ้าแต่ละชาติประสานองค์ความรู้และเทคโนโลยีกัน จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น ยกตัวอย่างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากฟาร์มกุ้งในจีนจะลดลง 50-60% ถ้าใช้ พลังงานระดับเดียวกับฟาร์มกุ้งในไทย รายงานข้างต้นเผยแพร่ไม่กี่วัน หลังสหรัฐฯเริ่มศึกษาแนวทางส่งเสริมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการพาณิชย์ มุ่งลดตัวเลขขาดดุลการค้าอาหารทะเล สนับสนุนความต้องการท้องถิ่นและสร้างงาน

วันเดียวกัน โครงการสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติ(UNEP)กับองค์กรอุตุนิยมวิทยาโลก(WMO) เผยแพร่รายงานระบุการลดการปล่อยควันเขม่าที่เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของ พลังงานฟอสซิล ไฟป่า อุตสาหกรรม และเชื้อเพลิงชีวมวล มีส่วนสำคัญป้องกันภาวะโลกร้อน เพิ่มผลผลิตอาหารโลก รักษาชีวิตผู้คนหลายล้านคนจากโรคหัวใจ และปอด.

ป่าไม้ร้องรับโอน ขรก.ไม่เป็นธรรม

โดย ไทยรัฐ วันที่ 8 มิถุนายน 2554

กลุ่มนักวิชาการป่าไม้กว่า 10 คน ยื่นหนังสือร้องเรียนความเป็นธรรมเรื่องการรับโอนและแต่งตั้งข้าราชการกับปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ หวั่นปิดโอกาสการเจริญก้าวหน้าในสายงาน...

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีกลุ่มนักวิชาการป่าไม้กว่า 10 คน เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนความเป็นธรรมเรื่องการรับโอนและแต่งตั้งข้าราชการกับนายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ และ นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ โดยระบุในหนังสือร้องเรียนว่า กรมป่าไม้ได้รับโอน นายสมบูรณ์ ธีรบัณฑิตกุล ตำแหน่งเจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส ทำหน้าที่ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ สบอ.13 (แพร่) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชมาดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโสที่ว่างของกรมป่าไม้ทำให้ข้าราชการกรมป่าไม้ในระดับเจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญการ ที่มีโอกาสจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโสขาดขวัญกำลังใจและเป็นการปิดโอกาสในการเจริญก้าวหน้าในสายงาน ที่สำคัญการรับโอนนายสมบูรณ์มาก็เพื่อให้ทำหน้าที่ ผอ.สำนักแผนงานและสารสนเทศกรมป่าไม้ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหัวใจหลักของกรมป่าไม้นั้นมีความไม่เหมาะสม

ด้าน นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า การรับโอนนายสมบูรณ์ได้ผ่านความเห็นชอบของอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กรมป่าไม้แล้ว เพื่อมาดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส สำนักป้องกันฯ ที่ว่าง ขณะเดียวกันตำแหน่ง ผอ.สำนักแผนงานและสารสนเทศก็ว่างลงด้วย เลยให้นายสมบูรณ์มาทำหน้าที่รักษาการไปก่อนเพื่อทำเรื่องงบประมาณ โดยให้เวลาทดลองงาน 1 เดือน ถ้าไม่ผ่านก็ส่งกลับตำแหน่งเดิม ส่วนสาเหตุที่ไม่นำนักวิชาการป่าไม้ชำนาญการกรมป่าไม้มาดำรงตำแหน่งดังกล่าวเพราะว่านักวิชาการดังกล่าวต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับกันเองเอาแต่ทะเลาะกันถ้าตั้งใครคนใดคนหนึ่งขึ้นมาก็มีปัญหา ก็เลยต้องเอาคนกลางคือนายสมบูรณ์มานั่งทำงานไปก่อน ทั้งนี้ จะเรียกนักวิชาการป่าไม้มาชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบต่อไป.

เผยสถิติปล่อยก๊าซเรือนกระจกพุ่งสูงทุบสถิติ

โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 7 มิถุนายน 2554

 

ที่ประชุมว่าด้วยเรื่องสภาพอากาศโลก ถกเถียงเรื่องปัญหาโลกร้อน โดยพบว่า อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังพุ่งสูงทำลายสถิติ...

การประชุมนานาชาติว่าด้วยเรื่องสภาพอากาศโลกกำหนด 2 สัปดาห์ ท่ีกรุงบอนน์ เยอรมนี เริ่มขึ้นเมื่อ 6 มิ.ย. โดยมีผู้แทนจาก 180 ประเทศเข้าร่วม เพื่อถกเถียงเรื่องข้อตกลงแก้ปัญหาโลกร้อน ปูทางสู่การประชุมของสหประชาชาติว่าด้วยสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ท่ีเมืองเดอร์บัน แอฟริกาใต้ ในปลายปีนี้ แต่มีข่าวร้ายสำหรับท่ีประชุม เมื่อรายงานของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ระบุว่า แม้จะมีความพยายามส่งเสริมเพิ่มพูน การใช้พลังงานหมุนเวียนทั่วโลกตลอด 20 ปีหลัง แต่อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ยังพุ่งสูงจนทำลายสถิติ

รายงานระบุว่า อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการใช้พลังงานเมื่อปีท่ีแล้วพุ่งขึ้นถึง 30 กิกะตัน หรือ 5% ของปี 2551 และสถานการณ์จะเปลี่ยนไปน้อยมาก ในเมื่อการลงทุนในภาคพลังงานยังเน้นไปท่ีถ่านหินและระบบสาธารณูปโภคที่ใช้น้ำมัน ประเด็นอื่นๆ ที่จะสร้างความวิตกกังวลในท่ีประชุมก็คือ วิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่นจากแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อ 11 มี.ค. ทำให้ญี่ปุ่นและหลายชาติทั่วโลกลดละเลิกโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยเฉพาะเยอรมนีล้มเลิกโรงงานทั้งหมด17แห่ง ซึ่งจะส่งผลให้การใช้พลังงานฟอสซิลท่ีปล่อยก๊าซเรือนกระจกพุ่งขึ้นด้วย

คณะผู้เชี่ยวชาญของศูนย์เฝ้าระวังผู้ไร้ที่อยู่อาศัยภายในประเทศ หรือ ไอดีซีเอ็ม ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เผยว่าในปี 2553 ประชากรโลกกว่า 42 ล้านคน กลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเนื่องจากภัยธรรมชาติไม่ว่าน้ำท่วมหรือพายุ ซึ่งถือว่ามากกว่าปี 2552 เกินเท่าตัว นอกจากนี้ จำนวนภัยธรรมชาติในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ยังเพิ่มจากประมาณ 200 ครั้ง เป็น 400 ครั้งต่อปี และภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดมีผู้ไร้ที่อยู่เป็นจำนวนมากในปีที่แล้วคือเอเชีย โดยเฉพาะจีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บังคลาเทศและปากีสถาน

ไทยเดินเครื่องให้ความรู้ภาวะโลกร้อน หวั่นกระทบการค้า

โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 11 พฤษภาคม 2554

“พาณิชย์” เร่งเครื่องให้ความรู้ภาวะโลกร้อน หวั่นกระทบการค้า หลังประเทศพัฒนาแล้ว ดิ้นหามาตรการป้องกันโลกร้อน

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการเปิดงานสัมมนา เรื่อง “การค้าและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” จัดโดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ณ โรงแรม แอมบาสเดอร์ กรุงเทพฯ ว่า ปัจจุบัน ประเทศพัฒนาแล้วได้ใช้มาตรการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อบรรเทาปัญหาโลกร้อน โดยอาจจัดเก็บภาษีนำเข้าพิเศษสำหรับสินค้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก จนทำให้ต้นทุนผู้ส่งออก โดยเฉพาะจากประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มสูงขึ้น และกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงอาจกลายเป็นการกีดกันทางการค้าได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการส่งออกสินค้าเกือบทุกกลุ่มต้องเร่งปรับตัว ทั้งอาหาร เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น

ทั้งนี้ ประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย เช่น สหภาพยุโรป สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ได้ออกมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ มาใช้เป็นเงื่อนไขทางการค้า โดยเฉพาะมาตรการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งกรมได้ศึกษาวิเคราะห์ และกำหนดนโยบายรับมือกับมาตรการต่างๆ เหล่านี้ รวมทั้งได้ผลักดันให้ภาครัฐและเอกชน มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับการค้า และกฎเกณฑ์ทางการค้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะล้วนแต่มีผลกระทบกับไทยแทบทั้งสิ้น

“การแก้ปัญหาโลกร้อน เริ่มมีความเกี่ยวโยงกับการค้า และเริ่มมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น เป็นทั้งความท้าทาย และโอกาส หากผู้ประกอบการไทยเตรียมความพร้อม และปรับตัวได้ จะทำให้ธุรกิจของไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันเหนือประเทศคู่แข่ง ซึ่งกรมจะติดตามมาตรการต่างๆ และแจ้งให้ผู้ประกอบการไทยทราบอย่างต่อเนื่อง” นางศรีรัตน์ย� กล่าว.

สู่ความเป็นธรรมในสังคม

โดย หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 28 เมษายน 2554

ต้องถือว่าเป็นผลงานการรณรงค์ ของชมรมพิทักษ์ผู้ประกันตนและสื่อมวลชน ทำให้สำนักงานประกันสังคมเริ่มขยับตัว เพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆให้ผู้ประกันตน เช่น เพิ่มสิทธิการรักษาโรคมะเร็ง ให้เบิกค่าใช้จ่ายจากเดิมหัวละไม่เกิน 50,000 บาท เป็น 272,100 บาท ยกเลิกการจำกัดจำนวนครั้งการผ่าตัดปลูกไต และขยายสิทธิประโยชน์ผู้ป่วยโรคไตวายระยะสุดท้าย เป็นต้น

แม้แต่คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ที่มี ศ.นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน ก็ยอมรับว่าการประกันสังคมในขณะนี้มีปัญหาสำคัญอยู่ 3 ด้าน คือ ปัญหาด้านการครอบคลุม มีแรงงานที่ไม่ได้รับการคุ้มครองถึง 24.1 ล้านคน หรือ 62.3% มีปัญหาด้านธรรมาภิบาลในการบริหาร ขาดความเป็นอิสระจากระบบราชการและการเมือง และปัญหาความไม่เป็นธรรมในการรักษาพยาบาล

คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป เสนอให้ยกเครื่องการประกันสังคมครั้งใหญ่ให้ครอบคลุมแรงงานทุกคน ทั้งในระบบและนอกระบบ รวมทั้งแรงงานข้ามชาติ ให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เป็นองค์กรอิสระภายใต้การกำกับของรัฐ ให้มีระบบการสรรหาคณะกรรมการประกันสังคม ทั้งฝ่ายผู้แทนนายจ้างและผู้แทนผู้ประกันตน และให้มีคณะกรรมการลงทุนและคณะกรรมการตรวจสอบ

ถึงแม้กองทุนประกันสังคมจะมีทุนอยู่ถึงเกือบ 8 แสนล้านบาท เป็นกองทุนใหญ่ระดับประเทศ แต่ระบบการบริหารจัดการขาดความเป็นอิสระ เพราะเป็นหน่วยราชการในสังกัดกระทรวงแรงงานและขาดประสิทธิภาพ จึงควรมีการปฏิรูปใหม่ กรรมการฝ่ายแพทย์คนหนึ่งเชื่อว่า  ถ้าบริหารดีจะมีเงินเหลือจากค่ารักษาพยาบาลถึง 8 พันล้านบาท และนำไปเพิ่มบำนาญได้

คณะกรรมการประกันสังคมเป็นอีกส่วนหนึ่งซึ่งจะต้องปฏิรูปให้มีการสรรหาและเลือกกรรมการที่เป็นผู้แทนนายจ้างและลูกจ้างอย่างโปร่งใส และได้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้าไปบริหารในปัจจุบัน กรรมการฝ่ายลูกจ้างมักถูกเสนอชื่อโดยสหภาพแรงงาน ที่มีสมาชิกเพียง 3 แสนคน แต่ผู้ประกันมีถึงกว่า 9 ล้านคน ลูกจ้างกลุ่มอื่นๆซึ่งเป็นเสียงข้างมาก จึงไม่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ข้อเสนอบางส่วนของคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว เช่น การขยายการประกันสังคมให้ครอบคลุมถึงแรงงานนอกระบบ โดยเพิ่มแรงจูงใจให้แรงงานนอกระบบผู้ประกันตน ได้ สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น และรัฐบาลออกเงินสมทบส่วนหนึ่ง จึงหวังว่าพรรคต่างๆจะได้นำข้อเสนอเหล่านี้ไปศึกษา ถ้าเห็นควรก็ให้ทำเป็นนโยบายหาเสียงของพรรค

ถ้าพรรคใดชนะการเลือกตั้งได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล หรือมีส่วนร่วมในรัฐบาล จะต้องผลักดันข้อเสนอปฏิรูปประกันสังคม ให้เป็นรูปธรรมในภาคปฏิบัติ เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเป็นธรรมในสังคม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม  และนำไปสู่การสร้างความสามัคคีปรองดองในชาติ เป็นนโยบายที่มีคุณประโยชน์ต่อประชาชนที่ยั่งยืน มากกว่าการลดแลกแจกแถม.

by ThaiWebExpert