หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

'กรมป่าไม้'...องค์กรที่รอวันแก้ไข?

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง วันที่ 14 มีนาคม 2555

โดยผีพุ่งไต้

จะเป็นเรื่องการปล่อยข่าวหรือโยนหินถามทางก็ตามทีว่าเมษาฯนี้จะมีการปรับย้ายข้าราชการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะกรมป่าไม้ที่ คุณสุวิทย์ รัตนมณี เป็นอธิบดี!!! ผมเองนั้นเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งครับกับข่าวลือ? ทุกวันนี้ คุณสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ ก็ไม่ค่อยจะได้นั่งเก้าอี้อยู่ที่กรมป่าไม้มากนัก แต่ละวันจะต้องออกพื้นที่เพื่อร่วมแก้ไขการบุกรุกพื้นที่ป่า และปัญหาไฟป่าที่ภาครัฐหมดปัญญาไม่สามารถหยุดยั้งได้???

แต่ถึงแม้ว่ากระแสข่าวเด้ง คุณสุวิทย์ รัตนมณี ให้พ้นไปจากกรมป่าไม้จะหนาหูเพียงใด?

ข้าราชการอาชีพผู้นี้ก็ไม่ได้ท้อถอยหมดกำลังใจ แต่ได้เพิ่มความเข้มในการบริหารจัดการสนองคุณแผ่นดินให้ทุกคนที่เป็นคนไทยได้รู้จัก... "รักษ์ป่า-รักษ์ต้นไม้" ร่วมกันสร้างป่าเพื่อรักษาแผ่นดินความสุขอันยั่งยืนของผืนป่าไม้ไทย

กว่า 33 ปี ที่ทำงานกรมป่าไม้ ไต่เต้าจากข้าราชการตัวเล็กๆ และได้มีโอกาสทำงานกับโครงการดอยตุง ได้มีโอกาสทำงานถวายสมเด็จย่าฯ จนมาวันนี้ได้ก้าวขึ้นสู่เก้าอี้สูงสุดของกรมป่าไม้!

เก้าอี้ที่มากไปด้วยผลประโยชน์ที่ข้าราชการป่าไม้ทุกคนใฝ่ฝัน??? ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ เมื่อวันก่อนถึงปัญหากรมป่าไม้ถูกจับตามองในเรื่องการทำงานและบริหารจัดการล้มเหลว?

ซึ่งทุกวันนี้ป่าไม้ถูกบุกรุกทำลายจากอดีตเมื่อปี2504 มีผืนที่ป่าไม้ 57/ของพื้นที่ป่าทั้งหมด 320 ล้านไร่

ปัจจุบันเหลือป่าไม้เพียง 30/จาก 320 ล้านไร่เท่านั้น? คุณสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ก็ยอมรับว่าตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 กรมป่าไม้ได้ถูกแบ่งแยกออกเป็น 2 ระบบ

ตอนที่มีการแบ่งงานของกระทรวงฯ กรมต่างๆ อดีตเราเป็น กรมป่าไม้!! กรมป่าไม้!!

"พระพุทธเจ้าหลวง" ทรงสถาปนากรมป่าไม้ขึ้นมาเมื่อปีพ.ศ.2439 พอมาถึงปี พ.ศ.2545 ป่าไม้ถูกแยกเป็น 2 กลุ่ม คือ ป่าไม้เพื่อการอนุรักษ์และป่าไม้เพื่อเศรษฐกิจ

ป่าไม้เพื่อการอนุรักษ์จะอยู่ในอุทยานแห่งชาติฯและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และป่าไม้เศรษฐกิจอยู่ที่กรมป่าไม้ แต่ว่านโยบายเวลานั้นได้สร้างความเสียหายให้ป่าไม้เป็นอย่างมาก!!!

มีเจ้าหน้าที่ 2 ส่วนต่างมีหน้าที่ดูแล... "แต่เขตไม่ชัดเจน?" ว่า... ตรงไหนพื้นที่ของ กรมป่าไม้ ตรงไหนพื้นที่ของ กรมอุทยานฯ เจ้าหน้าที่จึงละเลยต่างคนต่างหนี จึงเป็นช่องว่างให้คนเข้ามาบุกรุกทำลายป่าได้โดยง่าย

คนกรมป่าไม้มีน้อย พื้นที่รับผิดชอบมาก อยู่กันกระจัดกระจายยากต่อการป้องกันปราบปราม

สำหรับกรมอุทยานแห่งชาติฯ มีคนมากแต่พื้นที่รับผิดชอบน้อย?
ก็คงจะถึงเวลาแล้วครับที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม จะได้มีการทบทวนถึงเรื่อง2 กรม เป็น 1 เดียว? ข่าวว่าเวลานี้การรวมกรมได้ผ่านกระบวนการขั้นตอนจบสิ้นแล้ว รอเพียงแต่ว่าให้เรื่องผ่านสภาก่อนเท่านั้น?

เมื่อถึงวันนั้นหากป่าไม้ยังถูกบุกรุกทำลายกันอีกต่อไป? ผมว่ายุบทิ้งไปเสียเลยดีไหมทั้งกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติฯ

อิมแพ็ค รณรงค์ลดใช้พลังงานลดโลกร้อน โชว์ระบบจัดการ ISO 50001 รายแรกของไทย

โดยหนังสือพิมพ์บ้านเมือง วันอังคารที่ 6 มีนาคม 2555

อิมแพ็ค ร่วมรณรงค์ลดใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องภายหลังผ่านการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการพลังงาน ISO 50001 เป็นรายแรกของประเทศ ล่าสุดจัดกิจกรรม รวมพลัง 2 ล้อลดโลกร้อน สนับสนุนให้ผู้บริหารและพนักงานใช้จักรยานในการเดินทางปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานน้ำมันและปัญหามลภาวะ

น.ส.กุลวดี จินตวร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดเผยว่า อิมแพ็คยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานภายใต้นโยบายการประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่องภายหลังจากเมื่อวันที่9 ก.พ.54 อิมแพ็ค ได้รับการรับรองระบบการจัดการพลังงานตามมาตรฐานเลขที่ ISO 50001: 2011 สำหรับขอบข่ายการจัดประชุม สัมมนา นิทรรศการ และการจัดเลี้ยง จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ ซึ่งถือเป็นแห่งแรกของประเทศ และเป็นแห่งที่ 2 ในเอเชีย รองจากอินเดีย

ระบุฤดูแล้งตากประสบปัญหา ไฟป่าและหมอกควันทวีรุนแรง

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555

ตาก/ นายวิทยา ศรีสุวรรณ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโสตาก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตาก กล่าวว่า ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดตาก ว่า เป็นที่ทราบกันดีและประจักษ์ด้วยสายตาว่าในช่วงฤดูแล้ง จังหวัดตาก ซึ่งมีพื้นที่ป่าไม้อยู่ประมาณ 77 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัด จะประสบกับไฟป่าและหมอกควันเป็นประจำทุกปี ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น โดยที่ผ่านมาในช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2553-3 เมษายน 2554 จากการตรวจข้อมูลการตรวจพบไฟป่า Hotspots ด้วยดาวเทียมเทอร์ร่า พบมีการเกิดไฟป่าในพื้นที่ป่า จำนวน 809 จุด ซึ่งอยู่ในขั้นรุนแรง ดังนั้นเพื่อเป็นการควบคุมการเกิดไฟป่าในพื้นที่ได้มีการจัดชุดออกประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องไฟป่าเนื่องจากพบว่าสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ในความต้องการขยายพื้นที่และจัดเตรียมพื้นที่เพาะปลูกพืช ทั้งนี้จะมีการจัดเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมเข้าควบคุมพื้นที่เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าที่สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ

นายวิทยา กล่าวอีกว่า จากปัญหาการเกิดไฟป่าในปัจจุบัน ส่งผลทำให้เกิดปัญหาหมอกควันปกคลุมไปทั่วบริเวณชั้นบรรยากาศของอำเภอแม่สอดและใกล้เคียง จนทำให้ทัศนวิสัยทางอากาศได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ยังพบว่าสายการบินที่เปิดคมนาคมในพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมาต้องหยุดลงจอดเป็นการชั่วคราว แต่ขณะนี้สามารถให้บริการได้ตามปกติ

ยื่นร่างพ.ร.บ.องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมสุขภาพ

โดยหนังสือพิมพ์บ้านเมือง วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555

นางสุนทรี เซ่งกิ่ง เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนนำรายชื่อยื่นต่อนายเจริญจรรย์โกมล รองประธานสภาคนที่ 1 เพื่อให้รัฐสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมสุขภาพ เพื่อเป็นกลไกคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

ประชุมใหญ่อารักขาพืชไทย-รับมือผลกระทบจากโลกร้อน

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555

6 สมาคมอารักขาพืช จัดประชุมใหญ่วิชาการ "การอารักขาพืชไทยในสภาวะโลกร้อน" 22-24 ก.พ.นี้ ที่ จ.เชียงใหม่ ระดมเสนอผลงานวิจัย และบรรยายพิเศษ เตรียมรับมือผลกระทบจากโลกร้อน

ดร.วีรวุฒิ กตัญญูกุล นายกสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร เปิดเผยว่า สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร ร่วมกับ สมาคมอารักขาพืชไทย สมาคมกีฏและสัตววิทยาแห่งประเทศไทย สมาคมนักโรคพืชและจุลชีววิทยาแห่งประเทศไทย สมาคมวิทยบริการวัชพืชแห่งประเทศไทย และสมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย จัดงานประชุมวิชาการอารักขาพืชแห่งชาติ ครั้งที่ 10 "การอารักขาพืชไทยในสภาวะโลกร้อน" (Thai Plant Protection in a Global Warming World) ระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ 2555 ณ โรงแรมคุ้มภูคำ เรสซิเดนซ์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมีนายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นประธานเปิดงาน

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ความเห็น ในกลุ่มนักวิชาการด้านอารักขาพืช และผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจากการเกษตรปัจจุบันได้รับความเสียหายจากศัตรูพืช ปัจจัยแวดล้อม อากาศที่เปลี่ยนแปลงไปจากสภาพปกติอย่างรุนแรงและรวดเร็ว หากไม่มีการบริหารจัดการที่ถูกต้องเหมาะสม จะทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนอาหาร และพลังงานในที่สุด

ทั้งนี้ มีการนำเสนอผลงานวิจัยในการอารักขาพืช 4 ด้านหลัก ได้แก่ โรคพืช และจุลชีววิทยา กีฏะ และสัตววิทยา วิทยาการวัชพืช และเกษตรวิศวกรรม พร้อมทั้งการบรรยายพิเศษ หัวข้อ "ผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนต่อพืชอาหารและเศรษฐกิจไทย" โดยนายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร "การอารักขาพืชในโครงการหลวง" โดย ศ.เกียรติคุณ ดร.สุธรรม อารีกุล "วิศวกรรมเกษตรกับการอารักขาพืช" โดยนางดาเรศร์ กิติโยภาส ผู้อำนวยการกองวิศวกรรมเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร

"มหันตภัยเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล" โดยนางวันทนา ศรีรัตนศักดิ์ นักกีฏวิทยา กรมการข้าว "สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม" โดย ศ.ดร.ประสาทพร สมิตะมาน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพด้านพืช มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ "ปัญหาวัชพืชในสภาวะโลกร้อน" โดย ดร.จรรยา มณีโชติ นายกสมาคมวิทยบริการวัชพืชแห่งประเทศไทย และ "กรีนนิ่ง หายนะของสวนส้ม" โดยนายไมตรี พรหมินทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคส้ม

พพ.ดันให้ไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

โดยหนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อังคารที่ 19 กรกฎาคม 2554

นายทวารัฐ สูตะบุตร รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า กองทุนสิ่งแวดล้อมโลกจากสหประชาชาติ ซึ่งถือเป็นกลไกทางการเงินระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนด้านการเงินให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยจากกรอบความร่วมมือที่มีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นแกนกลางนั้น เบื้องต้น พพ.ได้เข้าร่วมบูรณาการจัดทำแผนที่จะเสนอโครงการเพื่อรับทุนสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลกดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำแผนในระยะที่ 5 (ปี 2554-2557) โดยขณะนี้ พพ.อยู่ระหว่างการจัดทำแผนที่ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้จะมีโครงการหลักที่จะขอรับทุนสนับสนุน ได้แก่ โครงการงานวิจัยและสาธิตรถสามล้อหรือรถตุ๊กตุ๊กให้มาใช้เชื้อเพลิงจากไฮโดรเจน ซึ่งถือเป็นโครงการต่อเนื่องที่กองทุนสิ่งแวดล้อมได้ประสพผลสำเร็จจากการดำเนินโครงการนี้มาแล้วก่อนหน้านี้ที่เมืองนิวเดลี ประเทศอินเดีย (ตามกรอบการจัดแผนระยะที่ 4 ที่ผ่านมา) และกองทุนสิ่งแวดล้อมโลกพร้อมจะมาขยายผลให้กับประเทศไทย โดยองค์กรสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรม (UNIDO) เป็นเจ้าของโครงการ ซึ่งโครงการนี้ถ้าหากสามารถดำเนินการได้คาดว่าอาจจะมีงบประมาณสนับสนุนประมาณ 3.6 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 10 ล้านบาท ภายในกรอบการทำงานระยะเวลา 4 ปี

นายทวารัฐ กล่าวว่า ส่วนอีกโครงการหนึ่งคือโครงการที่จะเร่งผลักดันและสนับสนุนให้ตามหัวเมืองสำคัญในประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ หรือ Low Carbon Society ซึ่งเบื้องต้นโครงการนี้จะได้ผลักดันร่วมกันกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และธนาคารโลก (World Bank) ที่จะทำให้ประเทศไทยเกิดการใช้พลังงานทดแทน และมีการอนุรักษ์พลังงานในระดับเมืองอย่างจริงจัง

"การนำเสนอโครงการเพื่อขอรับทุนสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลกทั้ง 2 โครงการดังกล่าว ปัจจุบัน พพ.ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกรอบของโครงการแล้ว โดยพร้อมจะนำเสนอเข้าไปสู่แผนงานที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะผลักดันไปสู่การขอทุนสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลกต่อไป ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในปีนี้" นายทวารัฐ กล่าว

ถึงคิวรีดภาษีทำลายมลพิษสรรพสามิตเตรียมชง2แผนรอรัฐบาลใหม่ไฟเขียว

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง วันที่ 23 มิถุนายน 2554

สรรพสามิตเดินหน้ารีดภาษีเต็มสูบ ถึงคิวภาษีสิ่งแวดล้อม จ่อเรียกเก็บจากสารพัดสินค้าทำลายมลพิษ หวังโกยรายได้สนับสนุนนโยบายพรรคการเมือง-กระตุ้น ศก. ระบุเตรียม 2 แผนรอชงรัฐบาลใหม่ไฟเขียว

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ทางกรมสรรพสามิตได้มีการทบทวนแนวนโยบายภาษีสรรพสามิตเพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต โดยภาษีสรรพสามิตเพื่อสิ่งแวดล้อมนั้น เป็นการจัดเก็บภาษีตามหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย ซึ่งจัดเก็บสินค้าที่ก่อมลพิษในอัตราที่สูงกว่าสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แนวนโยบายภาษีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางสรรพสามิตได้มีการจัดเก็บภาษีจากน้ำมันที่มีสารตะกั่ว สูงกว่าน้ำมันที่ไม่มีสารตะกั่ว ก็ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง ซึ่งปัจจุบันได้มีสินค้าต่างๆ ออกมามากมายทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม โดยผู้บริโภคสามารถเลือกใช้สินค้าบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ ดังนั้น ทางสรรพสามิตจึงคิดที่จะเก็บภาษีเพิ่มในกลุ่มสินค้าที่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และสรรพสามิตก็เตรียมที่จะเสนอรัฐบาลชุดใหม่ในการเก็บภาษีดังกล่าว" นายพงษ์ภาณุ กล่าว

สำหรับแผนการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมที่จะเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณา มี 2 แผน ประกอบด้วย แผนที่สามารถดำเนินการได้ทันที คือการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมจากสินค้ารถยนต์ น้ำมัน แบตเตอรี่ เครื่องปรับอากาศ ยาฆ่าแมลง ยางรถยนต์ และบรรจุภัณฑ์ ส่วนแผนที่สองคือ แผนระยะกลาง ด้วยการแก้กฎหมายสรรพสามิตให้เก็บภาษีสิ่งแวดล้อมตามปริมาณการปล่อยของเสีย และการคืนภาษีให้กับผู้ที่ผลิตสินค้ารักษาสิ่งแวดล้อม โดยตั้งกองทุนและจัดเงินให้กองทุนสิ่งแวดล้อม และจะมีการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมจากผู้ปล่อยมลพิษโดยตรงทั้งทางอากาศ น้ำ และขยะ

ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตเห็นว่าการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมจะทำให้รัฐบาลมีรายได้มากขึ้น สามารถนำไปใช้ในนโยบายต่างๆ ของพรรคการเมืองที่มีจำนวนมาก รวมไปถึงยังสามารถนำเงินมาสนับสนุนทางเศรษฐกิจและกิจกรรมสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

"กรมมีแผนการจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อม เพื่อเตรียมไว้เสนอให้รัฐบาลใหม่ โดยมีทั้งแผนที่ทำได้ทันที เช่น การเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมจากสินค้า นอกจากนี้ยังมีแผนระยะกลาง แก้กฎหมายสรรพสามิตให้เก็บภาษีสิ่งแวดล้อมตามปริมาณการปล่อยของเสีย การคืนภาษีให้กับผู้ที่ผลิตสินค้ารักษาสิ่งแวดล้อม และการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมจากผู้ปล่อยมลพิษโดยตรงทั้งทางอากาศ น้ำ หรือทิ้งขยะ" นายพงษ์ภาณุ กล่าว

นายพงษ์ภาณุ กล่าวด้วยว่า จากการที่มีมติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ปรับลดอัตราภาษีน้ำมันดีเซลลงจากลิตรละ 5.310 บาท เหลือลิตรละ 0.005 บาท ซึ่งมีผลตั้งแต่ 21 เม.ย.-30 ก.ย.54 ทำให้ภาษีหายไปเดือนละ 9,000 ล้านบาท หรือ 5 เดือนจะอยู่ที่ประมาณ 45,500 ล้านบาท ซึ่งหากมีการขยายเวลาการยกเว้นภาษีออกไปอีก ทางสรรพสามิตก็คงต้องขอคัดค้าน เนื่องจากการจัดเก็บเฉพาะภาษีน้ำมันดีเซลอย่างเดียว จากภาษีน้ำมันทั้งหมด จะอยู่ที่ 100,000 ล้านบาทต่อปี หรือ 7-8% ของรายได้ภาษีน้ำมันทั้งหมด ฉะนั้นสรรพสามิตจึงไม่เห็นด้วยถ้ามีการขยายเวลาออกไปอีก

นอกจากนั้น ผลกระทบอีกอย่างที่มาจากการปรับลดอัตราภาษีน้ำมันดีเซลลง คือ ทำให้ประชาชนหันมาใช้น้ำมันดีเซลมากขึ้น โดยแต่ก่อนมีประชาชนใช้น้ำมันดีเซลประมาณ 1,500 ล้านลิตร หรือ 10% แต่ผลจากการลดอัตราภาษีลง ส่งผลให้ประชาชนหันมาใช้มากขึ้น ทำให้เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาการใช้น้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นกว่า 1,750 ล้านลิตร หรือ 20% อย่างไรก็ตาม สรรพสามิตมองว่าน้ำมันดีเซลเป็นสินค้าที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมจึงไม่ควรปล่อยให้ประชาชนใช้มากนัก

นายพงษ์ภาณุ กล่าวอีกว่า กรมสรรพสามิตได้ร่วมกับคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท HR Expertise จัดโครงการสัมมนาวิชาการ เรื่อง "วิธีประมาณการรายได้ภาษีสรรพสามิตรายภาคและรายพื้นที่ สำหรับ ผู้บริหาร ครั้งที่ 1" เพื่อให้การคาดการณ์รายได้ภาษีสรรพสามิตรายภาคและรายพื้นที่ มีความน่าเชื่อถือตามหลักสถิติ และใกล้เคียงกับรายได้ภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บได้จริงมากยิ่งขึ้น เพราะที่ผ่านมาประมาณการรายได้ภาษีสรรพสามิต มีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น ข่าวลือการขึ้นภาษีสรรพสามิต ภาวะเศรษฐกิจ และการลักลอบนำเข้าสินค้า เป็นต้น

กฟผ.แม่เมาะ ติดตั้งหลอดผอมเบอร์ 5 ใน จ.ลำปาง ลดพลังงาน ลดค่าไฟ ลดก๊าซคาร์บอนฯ ลดโลกร้อน

ผู้เขียน: 
ทศพล วิจารณกรณ์

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง วันที่ 29 พฤษภาคม 2554

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงานติดตั้งหลอดผอมเบอร์ 5 ให้แก่ศาสนสถาน วัด มัสยิด และอาคารควบคุมภาครัฐในจังหวัดลำปาง จำนวน 18 แห่ง รวมทั้งสิ้น 15,080 หลอด ลดพลังงาน 600,000 หน่วยต่อปี ลดค่าไฟ 2 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 350 ตันต่อปี ลดปัญหาวิกฤติโลกร้อน

เมื่อปี 2551 กระทรวงพลังงานได้มอบหมายให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ดำเนิน "โครงการส่งเสริมการใช้หลอดผอมเบอร์ 5" โดยใช้งบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อรณรงค์ให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน เปลี่ยนมาใช้หลอดผอมเบอร์ 5 (T5) ขนาด 28 วัตต์ ซึ่งเป็นหลอดฟลูออเรสเซนต์ประหยัดไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าหลอด T8 โดยหลอด T5 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 หุน (5/8 นิ้ว) จึงมีขนาดเล็กกว่าหลอด T8 ประมาณ 40% และประหยัดค่าไฟได้มากกว่าหลอดผอมเดิมถึง 30% ขณะที่ให้แสงสว่างเท่ากัน อีกทั้งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า เนื่องจากมีขนาดเล็กจึงใช้วัสดุในกระบวนการผลิตน้อยลง และมีสารปรอทไม่เกิน 5 มิลลิกรัมต่อหลอด ตามมาตรฐานเพื่อสิ่งแวดล้อม RoHS : Directive on the Restriction of the use of Hazardous Substances ซึ่งเป็นข้อกำหนดเรื่องการใช้สารที่เป็นอันตรายในอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของสหภาพยุโรป (EU)

หากประเทศไทยเปลี่ยนมาใช้หลอดผอมเบอร์ 5 ทั่วประเทศ จำนวน 160 ล้านหลอด ภายในระยะเวลา 5 ปี จะช่วยลดความต้องการใช้ไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 2,400 เมกะวัตต์ ลดการใช้ไฟฟ้าประมาณ 7,000 ล้านหน่วยต่อปี คิดเป็นเงินค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้ 21,000 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 4 ล้านตันต่อปี นับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคมและประเทศชาติในการลดการใช้พลังงานและบรรเทาภาวะโลกร้อน ฝ่ายปฏิบัติการด้านการใช้ไฟฟ้า กฟผ. ได้นำร่องโครงการส่งเสริมการใช้หลอดผอมเบอร์ 5 โดยในระยะแรกได้เน้นติดตั้งหลอดผอมเบอร์ 5 ในวัด มัสยิด และศาสนสถาน รวมทั้งในอาคารควบคุมภาครัฐทั่วประเทศ โดยไม่คิดค่าดำเนินการ

ในส่วนของจังหวัดลำปาง กฟผ.ได้มอบให้นายสมยศ ธีระวงศ์สกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 และนางสุดารัตน์ สาสุนีย์ อำนวยการติดตั้งหลอดผอมเบอร์ 5 ในศาสนสถาน วัด มัสยิด และอาคารควบคุมภาครัฐ จำนวน 18 แห่ง แบ่งเป็นอาคารควบคุมภาครัฐ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ ศาลากลางจังหวัดลำปาง, ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดลำปาง, มณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี, มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และโรงพยาบาลลำปาง ในส่วนของศาสนสถานติดตั้งหลอดผอมทั้งหมด 13 แห่ง อาทิ วัดพระธาตุลำปางหลวง วัดบุญวาทย์วิหาร มัสยิดอัลฟาลาฮฺ์ คริสตจักรเซเว่นเดย์แอ็ดเวนตีสลำปาง เป็นต้น รวมเป็นจำนวนหลอดทั้งสิ้น 15,080 หลอด ซึ่งจะสามารถลดการใช้พลังงานได้ 600,000 หน่วยต่อปี ประหยัดเงินค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 2 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 350 ตันต่อปี

และเมื่อวันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2554 เวลา 09.30 น. ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดลำปาง (สวท.ลำปาง) อ.เมือง จ.ลำปาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้มอบหลอดผอมเบอร์ 5 แก่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดลำปาง เพื่อสนับสนุนนโยบายประหยัดพลังงาน และส่งเสริมการเป็นแบบอย่างที่ดีต่อประชาชนในการใช้หลอดผอมเบอร์ 5 ของ กฟผ. โดยมีนางสายลดา สิทธิวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง เป็นผู้แทน กฟผ. มอบหลอดผอมเบอร์ 5 จำนวน 102 หลอด ให้แก่นางผ่องศรี ธานินทร์ธราธาร ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.ลำปาง)

นางสุดารัตน์ สาสุนีย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการด้านการใช้ไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวในวันมอบหลอดผอมเบอร์ 5 ให้แก่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดลำปางว่า "โครงการส่งเสริมการใช้หลอดผอมเบอร์ 5 ในระยะแรก เน้นติดตั้งหลอดผอมเบอร์ 5 ในศาสนสถาน วัด มัสยิด และอาคารควบคุมภาครัฐทั่วประเทศ ในส่วนของประชาชนทั่วไปอาจยังหาซื้อได้ไม่สะดวก และยังมีราคาสูง แต่ในอนาคตที่มีความต้องการทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น บริษัทผู้ผลิตก็จะผลิตหลอดผอมเบอร์ 5 เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีราคาถูกลง ในระหว่างนี้ประชาชนทั่วไปสามารถใช้หลอดตะเกียบกล่องสีเหลืองของ กฟผ. จำหน่ายในราคาประมาณ 55 บาท ตลอดจนเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและบรรเทาภาวะโลกร้อน"

และหากภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน เปลี่ยนจากการใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ขนาด 36 วัตต์ มาใช้หลอดผอมเบอร์ 5 ขนาด 28 วัตต์ จะประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 30% โดยมีเป้าหมายทั้งสิ้น 18.5 ล้านหลอด ภายในปี 2556 ซึ่งจะช่วยลดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดได้ 174.8 เมกะวัตต์ ลดพลังงานไฟฟ้าได้ 805 ล้านหน่วย และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 4 แสนตันต่อปี

ในระยะแรกได้เน้นติดตั้งหลอดผอมเบอร์ 5 ในวัด มัสยิด และศาสนสถาน รวมทั้งในอาคารควบคุมภาครัฐทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 3.5 ล้านหลอด เพื่อให้เป็นสถานที่ตัวอย่างในการใช้หลอดไฟประหยัดพลังงานแก่ประชาชนทั่วไป สำหรับสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดลำปาง ซึ่งมิได้เป็นอาคารควบคุม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และ กฟผ.แม่เมาะลำปาง พิจารณาเห็นว่า สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดลำปาง เป็นหน่วยงานหลักที่มีความสำคัญในการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข่าวสารและข้อมูลต่างๆ ให้แก่ประชาชนในจังหวัดลำปาง จึงได้ใช้งบประมาณของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ดำเนินการติดตั้งหลอดผอมเบอร์ 5 ให้แก่ทางสถานีฯ เป็นกรณีพิเศษจำนวน 102 หลอด ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว

นางสายลดา สิทธิวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะลำปาง ในฐานะประธานมอบหลอดผอม กล่าวว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้ผลิตและจัดหาพลังงานไฟฟ้าให้กับประเทศ ตระหนักดีถึงสถานการณ์พลังงานที่นับวันจะวิกฤติมากขึ้นทุกที ดังนั้นตลอดระยะเวลากว่า 18 ปีที่ผ่านมา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จึงดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเกิดจิตสำนึกในคุณค่าของพลังงาน และร่วมมือกันใช้อย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพในทุกภาคส่วน ปัจจุบันหลอดผอมเบอร์ 5 เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยกำลังรณรงค์ให้มีการใช้งานทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการประหยัดพลังงานของประเทศและลดภาวะโลกร้อน โดยได้ดำเนิน "โครงการส่งเสริมการใช้หลอดผอมเบอร์ 5" ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

สำหรับการเปลี่ยนหลอดผอมเบอร์ 5 โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มอบให้สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จำนวน 102 หลอดนั้น จะส่งผลให้สถานีสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 10,000 หน่วยต่อปี ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 37,000 บาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ประมาณ 5.8 ตันต่อปี ซึ่งการมอบหลอดผอมเบอร์ 5 ให้แก่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดลำปาง ในครั้งนี้ นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่ทางสถานีฯ จะเป็นต้นแบบและช่วยประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้แก่หน่วยงานทั้งภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม ในการเปลี่ยนมาใช้หลอดผอมเบอร์ 5 เพื่อบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน และเป็นการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าสมดังเจตนา ช่วยเรา ช่วยโลก ต่อไป

และในส่วนของทีมงานแผนกประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ นำทีมโดย นายเดชณรงค์ สุริยะ หน.แผนก นางนันทกานต์ วาเล็กบุตร นายศราวุธ ศิริธร และ น.ส.พจนีย์ ปะมา ก็บอกว่า ทีมงานประชาสัมพันธ์ยินดีที่จะเป็นสื่อกลางในการประสานงานให้กับหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดลำปางที่จะประสานงานมาในเรื่องเกี่ยวกับหลอดผอมนี้ และพร้อมที่จะเผยแพร่ผลงานการประชาสัมพันธ์ของ กฟผ.แม่เมาะลำปางให้กว้างขวางเพื่อรองรับอำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่อยู่ในเงื่อนไขของการมอบหลอดผอมที่ได้ติดต่อมาด้วยความยินดีอย่างยิ่ง

ใช้หลักการสหกรณ์บริหารจัดการขยะชุมชน

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง วันที่ 26 พฤษภาคม 2554

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ขยะกำลังเป็นปัญหาที่กระทบต่อประเทศไทยโดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป มีการใช้พลาสติกบรรจุสินค้ามากขึ้น ซึ่งความเป็นจริงพลาสติกเหล่านี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่ในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 แต่มีการนำกลับมาใช้ใหม่เพียงร้อยละ 22 เท่านั้น
เพื่อเป็นการช่วยรักษาสภาวะแวดล้อม ประชาชนทุกคนจึงควรมีส่วนร่วมในการลดขยะโดยเริ่มจากตนเอง ครอบครัว โดยเฉพาะในระดับชุมชนที่ควรมีการบริหารจัดการในการแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นระบบ

สำหรับสหกรณ์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่สหกรณ์ตั้งอยู่นั้น ก็ควรมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือและพัฒนาชุมชน โดยส่งเสริมแนะนำให้สมาชิกและชุมชนได้รู้ เข้าใจ และตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะ พร้อมกับการสร้างจิตสำนึกให้แก่สมาชิกและชุมชนให้มีความรับผิดชอบในการรักษาความสะอาดทั้งในบ้าน สถานที่ทำงาน หรือที่สาธารณะอื่นๆ รู้จักทิ้งขยะมูลฝอยลงในภาชนะที่ได้เตรียมไว้ เพื่อความสะดวกในการคัดแยก และเพื่อประโยชน์ในการนำกลับมาใช้ใหม่

ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการของสหกรณ์ในข้อ 7 ที่เกี่ยวกับการเอื้ออาทรต่อชุมชน จึงได้ดำเนินโครงการกิจกรรมธนาคารขยะ ซึ่งเป็นแนวทางในการบริหารจัดการขยะโดยใช้ระบบปันผลของสหกรณ์มาโน้มน้าวจิตใจให้ประชาชนแยกขยะก่อนทิ้งมากขึ้น ซึ่งเริ่มตั้งแต่การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการคัดแยกขยะ ตั้งแต่ระดับบุคคล ครัวเรือน และชุมชน รณรงค์พร้อมสร้างจิตสำนึกให้สมาชิกสหกรณ์เห็นความสำคัญของการลดและใช้ประโยชน์จากขยะมูลฝอย ภายใต้จิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสภาวะแวดล้อมและผลประโยชน์ที่สมาชิกพึงจะได้รับ

ทั้งนี้ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์จะมีรณรงค์เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยให้สหกรณ์ที่มีความพร้อมจัดทำโครงการการลดและใช้ประโยชน์จากขยะ ที่เป็นความร่วมมือของสมาชิกสหกรณ์ เช่น การบริหารจัดการเกี่ยวกับสถานที่รับฝากขยะและวัสดุเหลือใช้ การหมักปุ๋ย การทำปุ๋ยน้ำชีวภาพ หรือเปิดตลาดนัดขยะรีไซเคิล การจำหน่ายสินค้ารีไซเคิล การแปรรูปสินค้ารีไซเคิล เป็นต้น รวมถึงประชาสัมพันธ์กิจกรรมดังกล่าวให้สาธารณชนได้ทราบอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

"ขยะที่สามารถนำมารีไซเคิลได้อีกก็จะมีแก้ว พลาสติก โลหะ และอะลูมิเนียมเหล่านี้ หากสหกรณ์สร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่สมาชิกและคนในชุมชนให้รู้จักการทิ้งและคัดแยกอย่างเป็นระบบก็จะช่วยให้บ้านเรือนและชุมชนมีความสะอาด สิ่งแวดล้อมในชุมชนก็จะมีสุขลักษณะที่ดีขึ้น นอกจากนี้ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ยังมีแนวทางที่จะให้สหกรณ์ที่มีความพร้อมทำการจัดตั้งศูนย์วัสดุรีไซเคิลของสหกรณ์ขึ้นมา พร้อมทำบัญชีฝาก-ถอนของสมาชิกสหกรณ์ เพื่อให้สมาชิกนำขยะมาขายและฝากเงินกับสหกรณ์ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นสมาชิกให้เข้าร่วมในกิจกรรมนี้มากขึ้น" นายสมชาย ชาญณรงค์กุล กล่าว

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้มีตัวอย่างการดำเนินงานในโครงการธนาคารขยะที่ประสบผลสำเร็จของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านน้ำอ้อม ต.เขาสามสิบ อ.ขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/2553 ที่ผ่านมา โดยนักเรียนได้สมัครเป็นสมาชิกของธนาคารขยะฯ และนำขยะมาฝากที่ธนาคาร ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของธนาคาร ทำการคัดแยกและชั่งน้ำหนักขยะ พร้อมคำนวณเป็นเงินแล้วบันทึกลงสมุดคู่ฝาก ทำให้เด็กนักเรียนมีรายได้ใช้เป็นทุนหมุนเวียน และจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อการศึกษาให้กับนักเรียนอีกด้วย

"กิจกรรมธนาคารขยะทำให้นักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านน้ำอ้อมมีวินัยในการทิ้งขยะ สามารถแยกประเภทขยะที่ทิ้งได้ และทำให้เกิดการออมทรัพย์จากเงินที่ได้ในการขายขยะให้แก่ธนาคารขยะ ซึ่งสามารถลดปริมาณขยะในโรงเรียน พร้อมรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม และลดแหล่งเพาะเชื้อโรคด้วย นับเป็นกิจกรรมที่เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับการบริหารจัดการขยะด้วยวิธีการสหกรณ์ได้เป็นอย่างดี" นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

กปน.ให้ทุนชุมชน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

โดย บ้านเมืองออนไลน์ วันที่ 26 พฤษภาคม 2554

กปน. จับมือโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNDP) สนับสนุนเงินทุนปีละ 5 ล้าน เป็นเวลา 4 ปี เพื่อชาวชุมชนลุ่มน้ำเจ้าพระยา-แม่กลอง อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

นายเจริญ ภัสระ ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ กปน. และ UNDP ได้ร่วมลงนามในประกาศเจตนารมณ์ ภายใต้โครงการรวมใจรักษ์น้ำ (“Water for People” Partnership: Small Grants Programme) เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนชุมชนในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลอง ให้มีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรน้ำ รวมทั้งมีแนวทางการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสัมฤทธิ์ผล โดย กปน.จะให้การสนับสนุนเงินทุนแก่โครงการนี้ต่อเนื่องเป็นเวลา 4 ปี ด้วยงบประมาณปีละ 5 ล้านบาท และคาดว่าจะให้ความช่วยเหลือได้ไม่น้อยกว่าปีละ 5 ชุมชน

ผู้ว่าการการประปานครหลวงกล่าวว่า อย่างไรก็ตามเมื่อในวันที่ 25 พ.ค.54ที่ผ่านมาได้มีพิธีลงนามในสัญญาทุกฉบับระหว่าง กปน. กับ นายยูชเว ชเว รักษาการผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย ณ ที่ทำการองค์การสหประชาชาติ (UN) ถนนราชดำเนิน ทั้งนี้สำหรับชุมชนที่มีแนวคิดที่ดีในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถเสนอโครงการเพื่อขอรับเงินสนับสนุนผ่านทาง UNDP จากนั้น กปน. และ UNDP จะร่วมกันพิจารณาให้การสนับสนุนในโครงการที่มีประโยชน์ต่อชุมชนมากที่สุด พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าของโครงการ เพื่อให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เป็นการขยายเครือข่ายการอนุรักษ์น้ำได้อย่างเข้มแข็ง รวมทั้งส่งผลให้น้ำดิบเพื่อการผลิตน้ำประปามีคุณภาพดียิ่งขึ้นด้วย

by ThaiWebExpert